หลายคนชอบใช้คำว่า อยู่ที่วาสนา ซึ่งตามที่เข้าใจ ไม่ได้แปลว่า ใครดีกว่าใคร สำนักไหนดีกว่าสำนักไหน หรือสายวิชาไหนดีกว่าสายวิชาไหน ที่สำคัญวิชาว่าด้วยการพยากรณ์มีหลายศาสตร์ มีหลายสำนัก ถูกบ้างแพงบ้างฟรีบ้างมีให้เลือกหลากหลาย
จะเลือกเรียนกับใครก็ได้ เรียนทุกสำนักก็ได้ ดังนั้น
การเรียนกับใคร ศาสตร์แบบไหน จึงขึ้นอยู่กับจริตของเราเอง อาจจะเรียนโหราศาสตร์ไทยเป็น 100 ชั่วโมงก็ไม่รู้เรื่อง
แต่เข้าไปเรียนยูเรเนี่ยนครั้งเดียวเข้าใจเลยก็มี
หรือเรียนแล้วเข้าใจทุกศาสตร์แต่ศาสตร์ที่ชอบใช้คือเลข 7 ตัวก็มีเหมือนกัน
สมมุติว่าเลือกเรียนโหราศาสตร์ไทย
ง่ายที่สุดก็คือเดินไปหาสถาบันที่สอนโหราศาสตร์ไทยเบื้องต้น
ส่วนใหญ่ก็จะเรียนเสาร์อาทิตย์กัน ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน
แล้วหลังจากนั้นก็ดูว่าชอบคนสอนไหม ชอบสถานที่สเรียนไหม ไม่ชอบก็เปลี่ยน
เรียนเบื้องต้นแล้วก็พอจะเริ่มอ่านได้บ้างก็พยายามหาตัวอย่างการอ่านมาอ่านตามดูมีทั้งแบบเป็นเล่ม
มีทั้งแบบฟรีหาอ่านตามเวปบอร์ด ยิ่งตัวอย่างเยอะเราก็จะยิ่งเข้าใจมากขึ้น
กรณีที่เจออาจารย์ผู้สอนถูกใจแล้วก็อ่านตามอาจารย์
ท่านสอนอย่างไงก็อ่านตามท่านไปค่ะ
ออกสนามจริงเมื่อไหร่ประสบการณ์จริงจะสอนเราอีกที
กรณีที่ยังอยู่ในช่วงแสวงหาอาจารย์ ก็อย่าตำหนิอาจารย์ที่สอนเราเลยค่ะ
จริตเราไม่ตรงกันเท่านั้นเอง
ส่วนใหญ่อาจารย์ทางโหรจะค่อนข้างใจเย็นและอดทนกับลูกศิษย์ค่ะ
เพราะท่านก็เคยผ่านช่วงชีวิตในทางโลก และการเริ่มต้นศึกษาโหราศาสตร์มาแล้ว
ส่วนใหญ่จะเข้าใจเราค่ะ
เรียนเองได้ไหม เรียนได้ตอนช่วงแรกๆ ซื้อหนังสือมาอ่านเอง.
จำตัวเลขสัญลักษณ์ดาวให้ได้ จำราศีให้ได้ จำดาวประจำราศี(เกษตรเจ้าเรือน)
ให้ได้ ก็จะเป็นประโยชน์ในการเริ่มต้น
หลังจากนั้นควรมีหลักในการทายซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก ในแต่ละสาย
ซึ่งถ้าหากไม่เข้าไปเรียนที่ไหนเลย จะทำให้ความเข้าใจสับสนตีกันค่ะ
ต้องเข้าไปเรียนเพื่อจะมีหลักยึดไว้สักสายวิชาแล้วค่อยแตกยอดออกไป
บางคนใช้วิธีเอาดวงตัวเองไปให้อาจารย์ทายก่อน ถ้าตรงก็ถึงจะเรียน
วิธีนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าใครเป็น ผู้สอนที่ดีนะคะ
การทายกับการสอนไม่เหมือนกัน เพราะว่าการสอนทฤษฏี คือพื้นฐานที่ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ สำคัญที่วิธีการถ่ายทอดและเนื้อหา มุมมอง ตัวอย่างดวง ฯลฯ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น